ตามรอยเท้าพ่อ !!! "10 โครงการหลวงน่าเที่ยว" ต้อนรับลมหนาว รับรองทั้ง "สนุกและได้ความรู้" ในที่เดียว

เผยแพร่ : 22 ตุลาคม 2559   เวลา 16:17

นี้ก็เป็นช่วงปลายฝนต้นหนาวแล้วซึ่งเป็นฤดูที่น่าเที่ยวมากที่สุดเลยก็ว่าได้ วันนี้เราจึงได้นำ 10 โครงการหลวงที่สวยมากและน่าเที่ยวต้อนรับลมหนาวมาให้ได้ชมกัน ซึ่งรับรองได้เลยว่าถ้าคุณไปเที่ยวในสถานที่พวกนี้คุณจะต้องไปมากกว่าความสนุกอย่างแน่นอน


1. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะ

 

การดำเนินงานของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะ เริ่มต้นในรูปแบบของงานอาสาพัฒนาชาวเขา โดยมูลนิธิโครงการหลวงและมหาวิทยาลัยแม่โจ้ แต่เนื่องจากการคมนาคมไม่สะดวก เจ้าหน้าที่ต้องเดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์เพียงเดือนละ 1 ครั้งเท่านั้น เมื่อไม่มีเจ้าหน้าที่ประจำ งานส่งเสริมของศูนย์จึงไม่เต็มประสิทธิภาพมากนัก จนปี พ.ศ. 2521 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จเยี่ยมราษฎรในพื้นที่ และทรงมีพระราชดำรัสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลช่วยเหลือชาวบ้านดอยสะโง๊ะให้มากขึ้น ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะจึงก่อตั้งขึ้น มีพื้นที่รับผิดชอบ 7 หมู่บ้าน 636 ครัวเรือน ครอบคลุมพื้นที่ 38 ตารางกิโลเมตร หรือ 23,750 ไร่ ประชากรประกอบด้วยชาวเขาเผ่าอาข่า ไทลื้อ และคนพื้นเมือง

 

ที่นี้จะทำให้คุณได้เห็นถึงวิถีชีวิตชาวเขาเผ่าอาข่า และธรรมชาติต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น วิวบนดอยสะโง๊ะที่สามารถมองเห็นวิวสามเหลี่ยมทองคำและแม่น้ำโขงได้อย่างชัดเจน รวมไปถึงทะเลสาบเชียงแสน และเส้นทางศึกษาธรรมชาติบ่อล้างทอง 

2. สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์


สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์  มีลักษณะพื้นที่เป็นหุบเขาลาดชัน โดยแนวเขาที่ทอดไปในแนวเขาสันปันน้ำเป็นได้แบ่งพื้นที่ออกเป็นสองทิศทาง คือทิศตะวันออกและทิศตะวันตก ซึ่งด้านตะวันออกได้ผันน้ำลงสู่แม่น้ำปิง และด้านตะวันตกได้ผันน้ำลงสู่แม่น้ำแจ่ม อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1, 300 เมตร มีอุณหภูมิเฉลี่ย 21 องศาเซลเซียส

 

เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ชมวิถีชีวิตชาวเขาเผ่าม้ง เลือกซื้อสินค้าและงานหัตถกรรมที่ตลาดม้ง และยังมีอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ พระมหาธาตุนภเมทนีดล พระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ แถมด้วนน้ำตกต่าง ๆ อีกมากมาย

3. สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง


สถานีเกษตรหลวงอ่างขางเป็นสถานีวิจัยแห่งแรกของโครงการหลวง จัดตั้งขึ้นตามพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ว่า “ให้ช่วยเขา ช่วยตัวเอง” มีพระราชประสงค์ให้ชาวไทยภูเขาที่พักอาศัยอยู่ตามดอยต่างๆ ทางภาคเหนือเลิกปลูกฝิ่น และทำไร่เลื่อนลอย อันเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ป่าไม้ และต้นน้ำลำธารของประเทศถูกทำลาย จากเดิมที่เป็นดอยหัวโล้นแปรสภาพเป็นขุนเขาแห่งความอุดมสมบูรณ์ ด้วยการวิจัยและพัฒนาพันธุ์ไม้ผล กว่า 12 ชนิด ผักเมืองหนาวกว่า 60 ชนิด และดอกไม้เมืองหนาวกว่า 20 ชนิด เป็นถิ่นที่อยู่ของ ชาวไทยภูเขาเผ่าจีนยูนาน ไทใหญ่ มูเซอดำ และปะหล่อง

 

การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ชมวิถีชีวิตของชาวเขาหลายหมู่บ้าน จุดชมวิวกิ่งลม ดูนกบนดอยอ่างขาง และเส้นทางศึกษาธรรมชาติต่าง ๆ 

4. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงม่อนเงาะ


ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงม่อนเงาะ ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติแม่แตง มีพื้นที่รับผิดชอบ 17 หมู่บ้าน 451 ครัวเรือน บนพื้นที่ 84.27 ตารางกิโลเมตร หรือ 52,670 ไร่ ประชากรประกอบด้วยคนพื้นเมืองและเผ่าม้ง พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเนินเขาและภูเขาสลับซับซ้อน ที่ราบมีน้อยมาก สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 700-1,250 เมตร อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 24 องศาเซลเซียส

 

ชมวิถีชีวิตและประเพณีของชาวเขาเผ่าม้ง ชมวิวดอยม่อนเงาะที่สูงจากระดับน้ำทะเลถึง 1,425 เมตร และยังมีเงือกผา บ่อน้ำทิพย์ ถ้ำลม รวมไปถึงการล่องแพผจญภัยที่บ้านสบก๋ายเพื่อชมธรรมชาติที่สวยงามและความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ก็ยังมี

5. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่า


ปี พ.ศ. 2530 มูลนิธิโครงการหลวงได้จัดตั้งศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่าขึ้น เริ่มต้นโดยกรมพัฒนาที่ดินดำเนินการบุกเบิกพื้นที่ จัดทำระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ จัดสรรพื้นที่ทำมาหากินให้แก่ราษฎร จากนั้นส่งเสริมให้ปลูกไม้ผลเมืองหนาวศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่า สูงจากระดับน้ำทะเล 640 เมตร พื้นที่รับผิดชอบ 22,505 ไร่ ประกอบด้วยชาวเขาเผ่าเย้าและม้ง ลักษณะภูมิประเทศ ลักษณะพื้นที่เป็นเนินเขาและภูเขาสูง มีลำน้ำสายสำคัญ คือ ลำน้ำแม่คะ และลำน้ำเงิน

 

การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ชมวิถีชีวิตของชนเผ่าม้ง และชนเผ่าเย้า และยังมีดอยต่าง ๆ อีกมากมายไม่ว่าจะเป็นยอดดอยภูลังกาที่สูงจากระดับน้ำทะเลถึง 1,720 เมตร ดอยภูนม และดอยหัวลิง

6. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย


ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย ตั้งอยู่บริเวณต้นน้ำแม่แรมและแม่สา มีพื้นที่ 21.17 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 13,231 ไร่ สูงจากระดับน้ำทะเล 780-1,430 เมตร ครอบคลุมพื้นที่จำนวน 6 หมู่บ้าน 371 ครัวเรือน ประกอบด้วยชาวเขาเผ่าม้ง เผ่าลีซอ คนพื้นเมืองและจีนยูนนาน นับถือศาสนาพุทธ ศาสนาพุทธลัทธิผี และศาสนาคริสต์ลัทธิผี ซึ่งเข้ามาตั้งถิ่นฐานตั้งแต่ก่อนสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1

 

ชมการละเล่นพื้นบ้านและประเพณีของชาวเขาเผ่าม้ง งานหัตถกรรมพื้นบ้าน หรือจะเป็นชมธรรมชาติที่จุดชมวิวดอยม่อนล่อง ซึ่งจุดชมวิวที่สูงที่สุดของอำเภอแม่ริม และยังมีดอยม่อนแจ่ม จุดชมวิวม่อนดอยอีกด้วย

7. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สะป๊อก


ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สะป๊อก ก่อตั้งในปี พ.ศ.2526 เป็นศูนย์ฯ พัฒนาขนาดกลาง ตั้งอยู่ในหุบเขาด้านหลังเทือกดอยอินทนนท์ มีสภาพอากาศเย็นในช่วงฤดูหนาว และเย็นสบายในช่วงฤดูร้อน มีความร่มรื่นทางธรรมชาติ

 

ชมการปลูกผักและสมุนไพรระบบอินทรีย์ แปลงสาธิตแปลงส่งเสริมผลผลิตตามฤดูกาล หรือจะเป็นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ชมประเพณีและวิถีชีวิตของชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง งานหัตถกรรมการทอผ้า และก็ยังมีน้ำตกต่าง ๆ และการชมธรรมชาติที่สวยงามอีกด้วย

8. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ลาน้อย


ในปี พ.ศ. 2523 ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ลาน้อยได้ก่อตั้งขึ้น โดยใช้พื้นที่บ้านดงเป็นที่ทำการ เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเคยทอดพระเนตรเห็นพื้นที่แล้ว ประกอบกับเป็นที่ตั้งของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ซึ่งเป็นศูนย์กลางพัฒนาการศึกษาแก่เยาวชนในท้องถิ่น โดยมีพื้นที่รับผิดชอบ 91.75 ตารางกิโลเมตร หรือ 57,368 ไร่ ครอบคลุม 14 หมู่บ้าน ประกอบด้วยชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงและเผ่าลั๊ว

 

ชมแปลงกาแฟอาราบิก้า พร้อมชิมกาแฟสดรสดีผลิตภัณฑ์คุณภาพจากบ้านห้วยห้อม ชมวิวความสวยงามของนาข้าวแบบขั้นบันได และการทอผ้าขนแกะของกลุ่มแม่บ้านห้วยห้อม หรือจะเป็นการเที่ยวทางธรรมชาติก็สวยไม่เบามีทั้งน้ำตก และการเดินชมธรรมชาติก็มี

9. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยเสี้ยว


ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยเสี้ยว ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ.2524 เป็นศูนย์ขนาดเล็ก พื้นที่รับผิดชอบ 48.54 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุม 14 หมู่บ้าน 995 ครัวเรือน ประกอบด้วยคนพื้นเมืองและชาวเขาเผ่าม้ง ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นที่ราบเชิงเขา สูงจากระดับน้ำทะเล 450 เมตร ประกอบด้วยป่าโปร่งผลัดใบ ดิน มีลักษณะเป็นดินร่วนปนทรายและดินลูกรัง ความอุดมสมบูรณ์ต่ำ อุณหภูมิสูงสุด 37 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 11 องศาเซลเซียส ปริมาณน้ำฝน 1,277 มิลลิเมตรต่อปี

 

ชมวิถีชีวิตและประเพณีของชาวเขาเผ่าม้ง หรือจะเป็นน้ำตกตาดครก เป็นน้ำตกขนาดเล็กที่มีน้ำตลอดปี และมีโขดหินสวยงาม นอกจากนี้ก็ยังมีน้ำตกตาดน้อย และเส้นทางเดินชมธรรมชาติอื่น ๆ อีกมากมาย

10. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวาง


สภาพพื้นที่ของโครงการส่วนใหญ่ล้อมด้วยเทือกเขาสลับซับซ้อน มีแอ่งที่ราบระหว่างภูเขาเพียงเล็กน้อย มีพื้นที่ในความรับผิดชอบ 29,178 ไร่  โดยแบ่งพื้นที่ในการดำเนินการของโครงการประมาณ 30 ไร่ อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1,300 – 1,400 เมตร มีแม่น้ำสายสำคัญที่ไหลผ่านคือ แม่น้ำขุนวาง  ประชากรในพื้นที่เป็นชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงและม้ง รวมทั้งสิ้น 7 หมู่บ้าน ขึ้นอยู่กับตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่

 

ชมแปลงสาธิตไม้ผลเมืองหนาวเช่น องุ่นไร้เมล็ด ชมวิถีชีวิตของชาวเผ่าม้งและกะเหรี่ยง หรือจะเป็นการท่องเที่ยวทางธรรมชาติก็มีไม่น้อยเลย ไม่ว่าจะเป็นทุ่งกุหลาบพันปีสีแดง ชมดอกพญาเสือโคร่ง เส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติ อ่างเก็บน้ำ และน้ำตกเต๊ะเละโพ

ได้รับการสนับสนุน
ขอขอบคุณข้อมูลจาก :
เรียบเรียงโดย Na.Det
เผยแพร่ : 22 ตุลาคม 2559   เวลา 16:17

loading...


ข่าวอื่นๆ 


[ADS-ARTICLE-BOTTOM2]

ท่องเที่ยวอื่นๆ 


.
.