อัศจรรย์เกินบรรยาย !!! 10 สถานที่สุด "แปลกประหลาดแต่งดงาม" จนคุณต้องหาโอกาส "ไปดูด้วยตาตัวเองสักครั้ง" ในชีวิตนี้ !!!

เผยแพร่ : 17 กุมภาพันธ์ 2560   เวลา 21:31

บนโลกนี้มีสถานที่สวย ๆ มากมายที่หลายคนรู้จักกัน แต่ก็มีสถานที่อีกไม่น้อยเลยที่ทั้งสวยและแปลกจนคุณไม่คิดว่าจะมีอยู่บนโลกใบนี้ วันนี้เราจึงเอา 10 สถานที่แปลกแต่สวยจากทั่วโลกมาให้ได้ชมกัน จะแปลกและสวยขนาดไหนไปชมกันเลย

1. ลาวาสีน้ำเงิน ที่ประเทศ อินโดนีเซีย

ได้รับการสนับสนุน


ภูเขาไฟแห่งนี้เป็นสถานที่ที่ดูน่ากลัวแต่ก็สวยมากเช่นกัน ใครหลายคนเรียกสถานที่แห่งนี้ว่า "ลมหายใจของเทพเจ้า" เพราะเป็นภูเขาไฟที่มีก๊าซกำมะถันจำนวนมากถูกปล่อยออกมาตลอด และเมื่อกำมะถันถูกเผาไหม้จึงเกิดเป็นกำมะถันเหลวที่มีเปลวไฟสีน้ำเงินอันแสนงดงามลุกอยู่อย่างที่ได้เห็นกันนั้นเอง


ได้รับการสนับสนุน

ถึงแม้จะเป็นสถานที่ที่ดูสวยงามขนาดไหนแต่มีความอันตรายมาก ๆ เช่นกันเพราะกำมะถันจำนวนมากที่ปล่อยออกมาทำให้บริเวณนั้นทั้งหมดเต็มไปด้วยก๊าซพิษ ช่างถ่ายภาพ นักวิจัย หรือใครที่เข้าไปดูลาวาสีน้ำเงินจึงต้องสวมหน้ากากป้องกันไว้ นี้แหละคือสถานที่ที่มีความอัศจรรย์อันดับต้น ๆ ของโลกเลย

2. ก้อนหินเสียงระฆัง ประเทศ อเมริกา


เป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยหินขนาดน้อยใหญ่เต็มไปหมด แต่ในบริเวณใกล้เคียงนั้นไม่มีหน้าผาหรือภูเขาขนาดใหญ่เลย หินพวกนี้จึงไม่ได้เกิดจากการถล่มของภูเขาหรือหน้าผาอย่างแน่นอน ชาวบ้านที่นั้นจึงเชื่อว่าหินพวกนี้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ

ได้รับการสนับสนุน


แต่สิ่งที่แปลกไม่ใช้เพียงแค่นั้น สิ่งที่แปลกที่สุดของหินพวกนี้นั้นก็คือ เมื่อนำค้อนหรือโลหะมาเคาะที่หินพวกนี้จะเกิดเสียงคล้ายกับเสียงกระทบกันของเหล็ก ดังก้องกังวานอย่างเหลือเชื่อ

3. ทะเลเปลี่ยนสี ที่ประเทศ ญี่ปุ่น


ที่ประเทศญี่ปุ่นนอกจากสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังหลาย ๆ ที่แล้ว ยังมีทะเลสาบที่มีความแปลกกว่าที่อื่นอีกด้วย ทะเลสาบแห่งนี้จะมีน้ำทะเลสีฟ้าใสเป็นประกายแวววาวสวยงามมาก และไม่เพียงแค่นั้นถ้ามองทะเลสาบแห่งนี้ในที่ที่แตกต่างกันสีของน้ำทะเลก็จะเปลี่ยนไปอย่างไม่น่าเชื่อ

ได้รับการสนับสนุน


แต่ความจริงแล้วทะเลสาบแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นจากฝีมือของมนุษย์ แต่สีของน้ำทะเลที่สามารถเปลี่ยนสีได้นั้นเข้าไม่ได้สร้างขึ้นแต่อย่างใด จากที่ได้ทำการตรวจทางวิทยาศาสตร์เชื่อว่า สีของน้ำเกิดขึ้นจากอะลูมิเนียมไฮดรอกไซด์ที่ปะปนอยู่ในน้ำจึงทำให้ทะเลสาบแห่งนี้มีสีฟ้าเป็นประกาย และวันไหนที่ท้องฟ้าสดใสทะเลสาบแห่งนี้ก็จะยิ่งสวยเพิ่มขึ้นด้วย

4. พายุสายฟ้าที่ไม่มีวันสิ้นสุด ที่ประเทศ เวเนซุเอลา


ที่บริเวณแม่น้ำทางทิศตะวันตกของประเทศเวเนซุเอลา ในเวลาประมาณ 1 ทุ่มของทุกวันจะเกิดเหตุการณ์ฟ้าผ่าประมาณ 280 ครั้งใน 1 ชั่วโมงและกินเวลายาวนานถึง 10 ชั่วโมงทุกวัน

ได้รับการสนับสนุน


ยังคงอธิบายไม่ได้เกี่ยวกันเหตุการณ์ฟ้าผ่าที่เกิดขึ้น เพราะบางทีก็จะไม่มีเหตุการณ์ฟ้าผ่าเกิดขึ้นเลย แต่จู่ ๆ ก็เกิดขึ้นอย่างลึกลับ และยังคงหาคำตอบไม่ได้จนถึงปัจจุบันนี้

5. ต้นไม้คู่ ที่ประเทศ อิตาลี


ในเขตชนบทของประเทศอิตาลี มีต้นไม้คู่หนึ่งที่มีความแปลกกว่าต้นไม้อื่น ๆ ทั่วโลก เพราะเป็นต้นเชอร์รี่ ที่โตขึ้นบนต้นมัลเบอร์รี่อีกที


ไม่มีใครทราบว่าทำไมต้นไม้สองต้นนี้ถึงได้เติบโตขึ้นแบบนี้ ชาวบ้านนั้นคิดว่าอาจจะเป็นนกที่คาบเมล็ดของต้นเชอร์รี่และมาทิ้งไว้ที่ต้นมัลเบอร์รี่และเมื่อต้นมัลเบอร์รี่โตขึ้นจึงกลบเมล็ดของต้นเชอร์รี่ลงไป และทำให้ต้นเชอร์รี่เติบโตขึ้นมาบนต้นมัลเบอร์รี่อย่างที่เห็นกันนั้นเอง

6. สวนสาธารณะใต้น้ำ ที่ประเทศ ออสเตรเลีย


นี้คือสวนสาธารณะที่ประเทศออสเตรเลีย เป็นสวนสาธารณะที่มีความสวยงามมากแต่คุณต้องไปในช่างฤดูใบไม้ร่วงเท่านั้นนะ เพราะถ้าคุณไปในช่วงฤดูใบไม้ผลิแล้วล่ะก็มันจะไม่ใช้สวนสาธารณะแสนสวยอีกต่อไปแต่มันจะกลายเป็นทะเลแทน


และสาเหตุที่ทำให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นนั้นก็คือ สวนสาธารณะแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้กับเทือกเขาที่มีหิมะปกคลุมอยู่มากและเมื่อหิมะละลายจึงทำให้น้ำจากหิมะที่ละลายไหลลงมาจนทำให้สวนสาธารณะกลายเป็นทะเลนั้นเอง

7. ทะเลสาบแห่งความตาย ที่ประเทศ รัสเซีย


ที่ทะเลสาบแห่งนี้เป็นทะเลสาบแห่งความตายนั้นก็เพราะที่ทะเลนี้มีกัมมันตภาพรังสีปะปนอยู่เป็นจำนวนมาก เนื่องจากโรงานผลิตอาวุธนิวเคลียร์ของโซเวียตได้นำกากนิวเคลียร์มาทิ้งในทะเล และในปี 1957 เกิดเหตุระเบิดขึ้นทำให้กัมมันตภาพรังสีกระจายไปทั่วทะเลนั้นเอง


และด้วยกัมมันตภาพรังสีที่ปะปนอยู่ในทะเลเป็นจำนวนมากนั้นเองทำให้ใครก็ตามที่เข้าไปใกล้ทะเลสาบแห่งนี้เพียงแค่ชั่วโมงเดียว ก็สามารถทำให้เสียชีวิตได้เลย

8. อุโมงค์หน้าปีศาจ ที่ประเทศ อังกฤษ


ที่ประเทศอังกฤษ มีสถานที่ที่มีคนให้ความสนใจกันเป็นจำนวนมาก นั้นก็คือ อุโมงค์น้ำตกที่มีรูปร่างคล้ายกับหน้าตาของปีศาจ แต่สิ่งที่แปลกกว่านั้นคือ ทุกสิ่งที่โดนน้ำตกจากหน้าผานี้จะกลายเป็นหินอย่างไม่น่าเชื่อ


ขั้นตอนในการที่จะทำให้สิ่งของเปลี่ยนเป็นหินนั้นจะต้องใช้เวลาประมาณ 3-5 เดือน เมื่อสมัยก่อนนั้นชาวบ้านเชื่อว่าเป็น "คำสาปของแม่มด" แต่ในปัจจุบันได้มีคำอธิบายทางหลักวิทยาศาสตร์แล้ว คือ น้ำที่นี้มีแร่ธาตุที่สูงมากจนผิดปกติ จึงทำให้สิ่งของที่นำมาแช่น้ำถูกเคลือบไปด้วยหินนั้นเอง

9. ถ้ำโมวิล ที่ประเทศ โรมาเนีย


ที่ถ้ำแห้งนี้ไม่เคยได้รับแสงอาทิตย์มานานกว่า 5 ล้านปีแล้ว ข้างในถ้ำนี้จะมีทะเลสาบที่เต็มไปด้วย กำมะถัน ก๊าซพิษ และมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากกว่าอากาศภายนอกถึง 100 เท่าเลย


และสิ่งที่แปลกอีกอย่างหนึ่งนั้นก็คือ ในที่ที่เต็มไปด้วยก๊าซพิษแบบนั้นแต่กับมีสิ่งมีชีวิตที่สามารถอาศัยอยู่ที่นั้นได้ด้วย พวกมันปรับตัวให้เข้าให้สามารถมีชีวิตรอดอยู่ได้โดยที่ไม่ต้องออกไปนอกถ้ำเลย

10. แม่น้ำเดือด ที่ประเทศ เปรู


ประเทศเปรู ส่วนที่ลึกเข้าไปในป่าอเมซอน มีแม่น้ำแห่งหนึ่งมี่มีความแปลกกว่าแม่น้ำอื่น ๆ บนโลกใบนี้ ความแปลกของแม่น้ำแห่งนี้นั้นก็คือ มันมีความร้อนสูงถึง 91 องศาเซลเซียส และเพราะความร้อนสูงขนาดนั้นจึงทำให้ไม่สิ่งมีชีวิตที่สามารถอาศัยอยู่ที่แม่น้ำแห่งนี้ได้เลย


แม่น้ำแห่งนี้อยู่ห่างจากภูเขาไฟไกลถึง 700 กิโลเมตร นั้นจึงไม่ใช้สาเหตุที่ทำให้แม่น้ำแห่งนี้มีความร้อนสูงถึงขนาดนั้น แต่ก็ยังคงหาคำอธิบายทางหลักวิทยาศาสตร์ได้จนถึงปัจจุบันนี้

ได้รับการสนับสนุน
ขอขอบคุณข้อมูลจาก :
เรียบเรียงโดย Na.Det
เผยแพร่ : 17 กุมภาพันธ์ 2560   เวลา 21:31

loading...


ข่าวอื่นๆ 


[ADS-ARTICLE-BOTTOM2]

ทั่วไปอื่นๆ 


.
.