Connect with us

สินเชื่อรถบรรทุก

สำหรับลูกค้าที่กำลังมองหา สินเชื่อรถบรรทุก ต้องลองใช้บริการ ไมโครลิซซิ่ง ผู้นำบริการด้านสินเชื่อรถบรรทุกมือสองของประเทศ บริษัท ไมโครลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกใช้แล้ว สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อรถบรรทุกเพื่อใช้ในการพาณิชย์ โดยประเภทรถที่เช่าซื้อได้แก่ รถบรรทุก 6 ล้อ 10 ล้อ 12 ล้อ รวมไปถึงรถหัวลาก รถบรรทุกพ่วง และส่วนหาง ยี่ห้อต่างๆ เช่น ISUZU HINO และ MITSUBISHI/FUSO เป็นต้น ทั้งนี้ บริษัทให้บริการสินเชื่อกลุ่มลูกค้าที่เป็นบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล โดยเป็นไปตามหลักเกณท์และเงื่อนไขของบริษัทฯกำหนด

ไฟแนนซ์รถบรรทุก

ผู้ที่ต้องการทำ ไฟแนนซ์รถบรรทุก มีหลายบริษัทที่ให้บรการ แต่ท่านต้องมองหาบริษัทที่มีความมั่นคงและประสบการณ์ยาวนานอย่าง ไมโครลิซซิ่ง ผู้นำบริการด้านสินเชื่อรถบรรทุกมือสองของประเทศ บริษัท ไมโครลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) สินเชื่อรีไฟแนนซ์ สำหรับลูกค้าเดิมประวัติผ่อนชำระดี ที่ต้องการเงินหมุนเวียน

รถบรรทุกมือสอง

ตลาดซื้อขายรถบรรทุกมือสองและเครื่องจักรกลหนัก รถสิบล้อมือสอง รถบรรทุกมือสอง ซื้อขายราคากันเอง รถบรรทุกมือสอง หัวลากมือสอง รถพ่วง รถตู้แห้ง รถเครนเฮี๊ยบมือสอง พร้อมจัดสินเชื่อรถบรรทุกมือสอง ต้องมาที่ ไมโครลิซซิ่ง ผู้นำบริการด้านสินเชื่อรถบรรทุกมือสองของประเทศ บริษัท ไมโครลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) สินเชื่อรีไฟแนนซ์ สำหรับลูกค้าเดิมประวัติผ่อนชำระดี ที่ต้องการเงินหมุนเวียน ปรียบเทียบราคาก่อนใครได้ที่นี่ ไม่ว่าจะเป็น รถบรรทุกจากค่าย ISUZU รถบรรทุกจากค่าย MITSUBISHI รถบรรทุกจากทางNISSAN รถบรรทุกขนาดเล็กจาก SUZUKI TATA และ รถบรรทุก DFM

ข่าวทั่วไป

“รักมาก” จนยอมเป็นน้อยมาถึง 30 ปี อดทนได้เป็นภรรยาหลวง เเต่สุดท้ายมีแต่ความว่างเปล่า!

“รักมาก” จนยอมเป็นน้อยมาถึง 30 ปี อดทนได้เป็นภรรยาหลวง เเต่สุดท้ายมีแต่ความว่างเปล่า!

- ได้รับการสนับสนุน -
เรื่องราวในนี้มาจากสื่อต่างประเทศโดยมีอยู่ว่า หงจิงเหมยเป็นภรรยาของอดีตนักร้องโอเปร่าสังกัดให้ดังในฮ่องกงเคยมีผลงานการแสดงและอื่นๆมากมายอายุเริ่มมากขึ้นเขาก็เลือกที่จะออกจากวงการบันเทิงแต่ที่น่าแปลกคือมรดกกว่า 402 ล้านเธอไม่ได้เลยสักบาท ชีวิตของเธอดูเหมือนกับปูด้วยพรมแดงมีเรื่องราวมากมายนั้นเป็นเพราะสงครามการแย่งชิงมรดก เรื่องของครอบครัวนี้ทำให้คนฮ่องกงเข้าใจว่าอะไรคือศัตรูระหว่างสามีภรรยาความเกลียดชังระหว่างความคิดของหงจิงเหมยทั้งชีวิตมีเพียงอย่างเดียวคือมีผู้ชายที่รักและมีลูกด้วยกัน เพราะเธอมีทั้งเงินทองชื่อเสียงแล้ว เธอใช้ทั้งชีวิตและทุ่มเทกับการดูแลรักษาผิวพรรณ สุขภาพให้อ่อนเยาว์ตลอดเวลา จนกระทั่งคนทั้งประเทศตั้งฉายาให้เธอว่า “เซียงเซ่า” (เมียของพี่เซียง)ในฮ่องกงคงไม่มีใครไม่รู้จักเธอคนนี้ หงจิงเหมย คือภรรยาคนที่ 4 ของนักร้องโอเปร่า กวางตุ้งชื่อดัง เติ้งยงเซียง ซึ่งได้จากโลกนี้ไปแล้วในวัย 74 ปีด้วยโรคปอด หลังจากที่สามีของเธอจากไปก็มีคนจำนวนมากอยากรู้เรื่องราวของเธอว่า แต่งงานของเธอราบรื่นและมีความสุขจริงหรือ

หงจิงเหมยต้องเป็นน้อยอายุเพียง 17 ปี และเมื่ออายุ 47 ปีก็ได้เปลี่ยนบทบาทเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของพี่ใหญ่ การได้มาพบกันของทั้งคู่เหมือนละครในปี 1962 ตอนนั้นแม้เธอจะไม่ได้สวยงามสง่าดั่งนางงาม รูปร่างหน้าตาพี่แหลมคม กับเอวที่บอบบาง มีเสน่ห์ในแบบที่ไม่เหมือนใคร ไม่นานเธอก็ได้นักเต้นแนวหน้าของโรงละครแห่งหนึ่ง เป็นเพราะโอกาสที่มาแบบกระทันหัน ทำให้หงจิงเหมยในวัย 17 ปีได้รู้จักกับเติ้งยงเซียงวัย 49 ปี ทั้งคู่เหมือนรักแรกพบ ทั้งที่เติ้งยงเซียงก็มีภรรยาอยู่แล้ว ในตอนนั้นเขามีชื่อเสียงหน้าที่การงานมากมาย เมื่อเข้าวงการบันเทิงเต็มตัวก็มีผลงานการแสดงภาพยนตร์มากกว่า 50 เรื่อง กลายเป็น พี่ใหญ่ของฮ่องกงไปแล้ว

แม้ว่าในตอนนั้น เติ้งยงเซียงจะอายุไม่น้อยแล้ว แต่ยังคงมีหน้าตาที่มีเสน่ห์ดึงดูดสาวๆได้ และนี่เป็นอีสาเหตุที่ทำให้หงจิงเหมยหัวใจหวั่นไหว และความฝันของเธอในชีวิตนี้ก็คือการได้แต่งงานกับมหาเศรษฐีและมีลูกด้วยกัน มีชีวิตคุณหญิงคุณนายที่แสนสบาย และเติ้งยงเซียงก็มีคุณสมบัติตรงตามที่เธอต้องการอย่าง ทำกูลงรักกันอย่างหัวปักหัวปำ หลังจากที่ได้พบหน้ากันแล้ว หงจิงเหมยก็มาจะได้กินน้ำชาให้เติ้งยงเซียงเสมอ นอกจากนี้เธอยังตุ๋นรังนกให้เขากิน และขอจัดการวางแสดงของเขาเสมอมา ไม่ว่าเรื่องเล็กเรื่องใหญ่เธอก็จะเป็นคนจัดการเอง ขอเพียงแค่เติ้งยงเซียงปิดปากคำเดียว หนูก็จะวิ่งไปทำให้ทั้งหมด โดยไม่บ่นเลยสักคำ

ทั้งคู่เริ่มคบหากันอย่างเปิดหูเปิดตา ผ่านไป 3 ปีก็ย้ายมาอาศัยอยู่ด้วยกัน ในตอนนั้นเขายังไม่ได้หย่ากับภรรยาคนที่ 3 คนทำประเทศกับให้ฉายาเธอว่า เซียงเซ่า (เมียของพี่เซียง) มีอยู่ครั้งหนึ่ง เติ้งยงเซียงเคยพูดอย่างน้อยใจทั้งน้ำตาว่า หงจิงเหมยไม่เหมาะกับตนเองเนื่องจากเธอยังอายุน้อย ตนเองอายุมากแล้ว เป็นต้นมาหงจิงเหมยเขาทำผมพองๆ เพื่อให้ตนเองดูอายุแก่มากขึ้น ทั้งคู่ครองรักกันมาตลอด 20 กว่าปีและเธอเองก็ไม่เคยเปลี่ยนทรงผม เขาบอกว่าชอบเบลที่บางของเธอ เธอติดตามเติ้งยงเซียงมาตลอดอย่างไม่ห่างกลาย เธอได้ทำนั้นทำให้เติ้งยงเซียงยิ่งหลงรักเธอมากขึ้น

- ได้รับการสนับสนุน -

ในปี 1992 เป็นปีที่ทั้งคู่คบหาดูใจกันมาครบ 30 ปี มีลูกด้วยกันกี่คนในที่สุดไปสำคัญที่เธอรอมาทั้งชีวิตก็มาถึง ตอนนั้นพวกเขาจัดงานแต่งงานอย่างเป็นทางยิ่งใหญ่มาก นักข่าวเต็มไปหมด แขกสำคัญมากมายภายในงาน มีดาราชื่อดังมากมายที่มาร่วมงาน อาทิ หลิวเต๋อหัว อู๋ จวินหรู ดิกกี้จาง เจิ้งจื่อเหว่ย เป็นต้น แต่สิ่งที่เธอคิดไม่ถึงก็คือ หลังจากแต่งงานได้เพียง 5 ปี สามีก็ล้มป่วยจากไปอย่างกะทันหัน ทำให้เธอกลายเป็นแม่หม้าย ชีวิตเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากนั้นความรักอันชื่นมื่นกลายเป็นเรื่องทุกข์ระทม

หงจิงเหมยมีบุคลิกภายนอกแข็งแกร่ง แต่เบื้องหลังลึกลึกในใจกลับมีปมที่แก้ไม่ออก หลังจากที่เติ้งยงเซียงจากเธอไป เธอก็บอกว่าหากวันใดที่เธอจากโลกนี้ไปพอจะขอฝังศพไว้ใต้ต้นลิ้นจี่เคียงข้างสามีที่รัก เป็นสามีภรรยากันตลอดไปทุกชาติทุกภพ เธอได้ใช้ทั้งชีวิตในการแสดงบทบาทให้ทุกคนเห็นว่าอะไรคือความหมายของผู้หญิงของพี่ใหญ่ แม้ต..า..ยก็จะขอเป็นวิญญาณเฝ้าพี่ใหญ่ ในตอนที่หงจิงเหมยหนูจะกลับเติ้งยงเซียง เขามีภรรยาอยู่แล้ว 3 คน ซึ่งซึ่งภรรยาคนนี้คือคนที่ 3 ของเขา คนแรกยากันเนื่องจากเข้ากันไม่ได้ คนที่สองเป็นผู้หญิงที่เขารักมากที่สุด แต่น่าเสียดายเธอต้องจากไปเพราะสุขภาพที่อ่อนแอ

- ได้รับการสนับสนุน -

ส่วนหงจิงเหมยเป็นภรรยาคนที่ 4 มีลูกชาย 2 คน ลูกสาว 2 คน โดยทั่วไปผู้หญิงส่วนใหญ่เมื่อมีลูกก็จะรักลูกมากกว่าสามีตรงกันข้าม เธอกลับยิ่งรักสามีมากขึ้น มากกว่าตอนที่ยังไม่ได้แต่งงานเสียอีก เพราะเธอกลัวสามีจะไปมีเล็กมีน้อยนอกบ้านอีก เธอบอกว่า “ฉันไม่อยากให้มีคำว่า เมียคนที่ 5 ของเติ้งยงเซียงอีก ฉันจะเป็นคนเดียวที่ครอบครองเขา

ในปี 1997 เติ้งยงเซียง จากไปทิ้งไว้เพียงมรดก 402 ล้านให้เธอ ตามหลักแล้วคู่สมรสต้องได้สมบัติครึ่งหนึ่ง เธอต้องได้สมบัติมากที่สุดถึงจะถูก แต่เรื่องตลกกับเกิดขึ้นกับเธอเพราะ ในพินัยกรรมของเติ้งยงเซียงกลับไม่แบ่งสมบัติให้เธอสักบาท แถมยังเขียนว่า “หากไม่พอใจก็ให้เธอ 1 เหรียญก็พอ”
ทำไมถึงเป็นเช่นนี้ ที่แท้ในปีสุดท้ายที่เติ้งยงเซียงล้มป่วยอยู่นั้น เขารู้มาว่าหงจิงเหมยแอบโอนทรัพย์สมบัติบางอย่างเป็นชื่อของเธอ หลังจากที่สามีจากไป เธอกับลูกๆก็เริ่มเกิดถกเถียงจนแตกแยก เพราะเรื่องสมบัติจนเป็นข่าวดังไปทั่วเกาะฮ่องกง
ยิ่งไปกว่านั้นอยู่ในพิธีงานศพของเติ้งยงเซียงลูกๆไม่ให้หงจิงเหมยเข้าไปในห้องโถงที่มีโกศของสามีของเธอ ทำให้เธอโมโหเป็นอย่างมาก เธอได้แต่นั่งเฝ้าอยู่ด้านนอกที่หอประชุมเพื่อไว้ทุกข์เท่านั้น จากเรื่องราวของเธอทำให้นักเขียนชาวฝรั่งเศส Simone de Beauvoir เผยว่า “ไม่ว่าชายหรือหญิงสิ่งสำคัญคือการที่คนคนนึงโตเป็นผู้ใหญ่ได้นั้น จะลองพึ่งพาตัวเองให้ได้ก่อน อย่าเหมือนเช่นหงจิงเหมยที่มอบชีวิตของตนเองไว้กับคนอื่นจนมากไป มันเป็นเส้นทางแห่งการทำร้ายตนเอง”

- ได้รับการสนับสนุน -

แม้ว่าเส้นทางของเธอจะดูเหมือนโรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่ที่จริงกลับเหมือนเส้นทางขวากหนามมากมาย เมื่อได้ฟังเรื่องราวชีวิตของเธอ ทำให้อยากถอนหายใจดังๆเป็นเมียของพี่ใหญ่ ดูเป็นตัวของตัวเองอย่างยิ่งใหญ่ดีกว่า

ทุกคนล้วนมีความสามารถในการพึ่งพาตนเอง อย่ามีชีวิตโทรหาคนอื่นอย่าหวังอะไรจากคนอื่นทั้งนั้น แบบนี้ถึงจะเรียกได้ว่ามีชีวิตอยู่เพื่อตนเอง เป็นเส้นทางที่ถูกต้องอย่างแท้จริง

ในปี 2019 เธอก็จากไปด้วยโรคมะเร็งปอดปิดฉากชีวิตของเธอด้วยวัย 73 ปี

 

ขอบคุณที่มา : sharesod

 

loading...
loading...