Connect with us

ข่าวทั่วไป

อิน บูโดกัน เปิดชีวิตรัก 11 ปี เผยเลิกกันตั้งแต่แต่งงานยังไม่ถึงปี

อิน บูโดกัน เปิดชีวิตรัก 11 ปี เผยเลิกกันตั้งแต่แต่งงานยังไม่ถึงปี

- ได้รับการสนับสนุน -
 

 

นักร้องสาวเสียงดี อิน บูโดกัน ออกมาเผยเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตรัก 11 ปี ของตนกับจอห์น สามี ก่อนที่จะจบความสัมพันธ์กันไป ในรายการ Club Friday Show
ตอนเจอกันครั้งแรก
อินเล่าว่า เจอจอห์นครั้งแรก ก็ชอบเลย จากการหามือกลองคนใหม่ แล้วเพื่อนแนะนำ แต่ตอนนั้นต่างคนต่างมีแฟน ตัวเองก็มีแฟนเป็นผู้หญิง เริ่มเบื่อเขา ทั้งที่เขาไม่ได้ทำอะไรผิด สุดท้ายก็บอกเลิกแฟน บอกว่าอยากมีครอบครัว แฟนก็งง ทั้งที่ยังไม่มีอะไรกัน แค่ชอบเขาตลอด 2 ปี วันหนึ่งเขามาช่วยยกของไปส่งที่รถ ทั้งที่ไม่เคยทำมาก่อน แล้วไปกินข้าวเป็นกลุ่ม จนตอนหลังไปกันสองคน และเป็นแฟนกัน

เลิกกัน
ตอนเป็นแฟนเคยเลิกกัน เพราะพูดไม่คิด โผงผาง จอห์นเลยบอกว่าไม่เป็นมือกลองต่อแล้ว และเลิกกับเราด้วย เขาจะไปจริงๆ ก็เสียใจ ร้องไห้ เลยตัดสินใจง้อเขา ส่งข้อความทุกวัน คิดถึง จนวันหนึ่งเขาส่งข้อความกลับมาว่า คิดถึงเหมือนกัน หลังจากนั้นประมาณ 2-3 เดือน เขาเริ่มกลับมารับมาส่ง แต่ยังไม่ได้ทำงานด้วยกัน เขาสอนว่า สิ่งที่เราพูด ทำ หรือเป็นอยู่ ไม่น่ารัก ไม่ดีกับคนรอบข้าง เราเถียงว่ามันเป็นความจริง แต่เขาธรรมะมาก อยากให้ทุกคนรักเรา เห็นเราในมุมที่เขาเห็น เราเป็นคนอ่อนแอแต่ชอบแสดงความเข้มแข็ง ก้าวร้าว หยาบคาย ซึ่งผิด 3 เดือนที่เลิกกัน เราผอมไปถึง 20 กิโลกรัม เหมือนโลกเป็นสีดำ แต่พ่อแม่เราโอเค เพราะพี่จอห์น ทำให้เราเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น อยากสวยขึ้น อยากให้เหมาะกับเขา ที่หล่อ สมาร์ท สุขุม เราก็เริ่มใช้น้ำหอม แต่งหน้า เขียนคิ้ว ตอนมีอะไรกันครั้งแรก เขาเห็นขนรักแร้ เขาก็ช็อคไปเลย เขาก็ไปคุยกับเพื่อนสนิท ครอบครัว เกิดมาไม่เคยเห็นผู้หญิงอะไรไว้ขนรักแร้ ก่อนแต่งงานเขาก็จับถอน จนไข้ขึ้น 3 วัน

แต่งงานกัน
คบมา 5 ปี ก็ตกลงแต่งงาน หลังแต่งงาน ก็เจอเรื่องยาก ต้องปรับตัว ถึงขั้นเลิกกันเลย ทั้งที่แต่งยังไม่ถึงปี ก็แยกกันอยู่ มันเกิดจากปากของเราด้วย เราเครียด ทำร้านอาหารตั้งแต่ก่อนแต่ง แล้วมีหนี้ก้อนโต ก็รั้นทำมาเรื่อยๆ ถึงจุดเศรษฐกิจตกต่ำ ต่างคนต่างเครียด เราก็บ่นเขาจะให้อะไรหนักหนา ต้องขายเอาเงิน แต่เขาให้ลูกค้าหมด ให้ฟรีก็ได้ กินติดก็ได้ แต่พรุ่งนี้ต้องจ่ายหนี้ เอาเงินที่ไหนจ่าย เขาก็ขึ้น เราก็ขึ้น แต่เขาไม่พูด เขาไปเลย เขาดูเราพูดแล้วเขารู้ว่าเราคิดอะไร แต่เราไม่ได้คิด เราพูดตามความรู้สึก
เลิกกันอีกครั้ง
เขามองว่าเราคิดร้ายมาก เขาพูดว่า สิ่งที่เราพูด สิ่งที่เราเป็น ไม่ใช่เมียฉัน แล้วไปเลย คือร้านมันไม่ดี เราทั้งคู่ ไปกู้เงินมา คิดว่าเดี๋ยวร้านมันต้องไปต่อได้ แต่มันมีทั้งหนี้นอกระบบ ในระบบ เป็นหนี้ 5 ล้านกว่าบาท เอาบ้านเข้าไปหมุน พยายามให้รอด แต่มันไม่รอด เครียดทั้งคู่ คราวนี้เขาไปนาน เราก็ไม่พูดไม่ง้อ ก็ไม่ไหวเหมือนกัน เราไปโทษว่าความผิดเขา เขาอยู่บ้านแม่ เราอยู่บ้านที่กรุงเทพ สวนกันตลอดเกือบครึ่งปี ถ้าเห็นรถอีกคนอยู่ จะไม่เข้ามาก็อายสังคม ถ้าทุกคนรู้ว่าแต่งไม่ถึงปีแล้วเลิก คิดเยอะ คิดลบ ไม่บอกพ่อแม่ แต่คิดว่าเขาต้องรู้ เราไม่ไหว ไม่ง้อ แต่อยากเคลียร์ ถ้าเลิกจะได้แยกย้าย เก็บของกันไป เลยส่งข้อความไปเราต้องคุยกัน บอกเขาว่ามีอะไรต้องพูด ไม่รู้คิดอะไรบ้าง เราจะคิดก่อนแล้วค่อยพูด เราไม่มีระบบกลั่นกรอง โพล่งออกมา

- ได้รับการสนับสนุน -

 

กลับมาคืนดี
เกือบครึ่งปี เราร้องไห้ทุกวัน เจ้าหนี้รุมทุกวันมากสุดถึง 5 เจ้า ทุบกระปุกเหลือเงิน 7 บาท ต้องซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกินกับสามี ตอนนี้เหลือหนี้ไม่เกินล้านแล้ว เราก็ตั้งกฎ ทะเลาะกันห้ามเดินออกจากบ้าน ตอนนี้เลิกทำธุรกิจหมด เจ๊งไปหมดแล้ว ใช้ตัวเราทำงานหาเงิน สิ่งที่เขาชมเราคือ เป็นคนจิตใจดี รักครอบครัว พ่อแม่เขาด้วย เคยร้องไห้กับเขา ถ่ายละครเยอะ เหนื่อยมากท้อ หรือบางเดือนไม่มีงานเลย กอดกันร้องไห้ เขาปลอบ ให้คิดดี ทำดี พูดดี เดี๋ยวมันก็ดีเอง แล้วมันก็ดีจริงๆ เรากำลังได้รับผลจากการเปลี่ยนแปลง ทุกคนเห็นว่าเราไม่ได้ร้าย ปากเสียแต่ใจไม่ได้เป็น ดีใจที่ผู้ใหญ่ให้โอกาส สิ่งที่สามีสอน พ่อแม่สอน เราพยายามทำ ดีใจที่ทุกอย่างค่อยๆ ดีขึ้น ตอนนี้ไม่อายที่จะร้องไห้ออกทีวี เป็นตัวตนของเรา
ขี้หึง
ยอมรับว่าตัวเองขี้หึงมาก เราไม่ได้หน้าตาดี หุ่นดี แต่สามีเราหน้าตาดี หุ่นดี ต้องมีคนอยากได้ สมัยก่อนตั้งไมค์บังเขาทุกครั้ง ไม่ให้ใครเห็นเขา แต่เขาไม่ค่อยขี้หึง เราไม่มีวันนอกใจเขาอยู่แล้ว ส่วนเรื่องมีลูกเราอายุ 45 เขา 47 ถ้าปีนี้ไม่มีคงไม่มีแล้ว เขาอยากได้ลูกสาวมาก อินยังทิ้งท้ายพร้อมน้ำตาว่า ขอบคุณสามีที่รักมา 11 ปี ดูแลเหมือนเป็นองค์หญิง จะพยายามเป็นองค์หญิง เป็นเจ้าหญิงของเขา วันไหนลืมตัว ทำอะไรไม่ดี ก็เตะก้นได้เลย ขอบคุณที่รัก นอกจากพ่อก็ไม่มีใครรักเราเท่านี้อีกแล้ว

 

- ได้รับการสนับสนุน -

 

 

- ได้รับการสนับสนุน -

ขอบคุณที่มา:inbudokan

loading...
loading...