Connect with us

สินเชื่อรถบรรทุก

สำหรับลูกค้าที่กำลังมองหา สินเชื่อรถบรรทุก ต้องลองใช้บริการ ไมโครลิซซิ่ง ผู้นำบริการด้านสินเชื่อรถบรรทุกมือสองของประเทศ บริษัท ไมโครลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกใช้แล้ว สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อรถบรรทุกเพื่อใช้ในการพาณิชย์ โดยประเภทรถที่เช่าซื้อได้แก่ รถบรรทุก 6 ล้อ 10 ล้อ 12 ล้อ รวมไปถึงรถหัวลาก รถบรรทุกพ่วง และส่วนหาง ยี่ห้อต่างๆ เช่น ISUZU HINO และ MITSUBISHI/FUSO เป็นต้น ทั้งนี้ บริษัทให้บริการสินเชื่อกลุ่มลูกค้าที่เป็นบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล โดยเป็นไปตามหลักเกณท์และเงื่อนไขของบริษัทฯกำหนด

ไฟแนนซ์รถบรรทุก

ผู้ที่ต้องการทำ ไฟแนนซ์รถบรรทุก มีหลายบริษัทที่ให้บรการ แต่ท่านต้องมองหาบริษัทที่มีความมั่นคงและประสบการณ์ยาวนานอย่าง ไมโครลิซซิ่ง ผู้นำบริการด้านสินเชื่อรถบรรทุกมือสองของประเทศ บริษัท ไมโครลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) สินเชื่อรีไฟแนนซ์ สำหรับลูกค้าเดิมประวัติผ่อนชำระดี ที่ต้องการเงินหมุนเวียน

รถบรรทุกมือสอง

ตลาดซื้อขายรถบรรทุกมือสองและเครื่องจักรกลหนัก รถสิบล้อมือสอง รถบรรทุกมือสอง ซื้อขายราคากันเอง รถบรรทุกมือสอง หัวลากมือสอง รถพ่วง รถตู้แห้ง รถเครนเฮี๊ยบมือสอง พร้อมจัดสินเชื่อรถบรรทุกมือสอง ต้องมาที่ ไมโครลิซซิ่ง ผู้นำบริการด้านสินเชื่อรถบรรทุกมือสองของประเทศ บริษัท ไมโครลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) สินเชื่อรีไฟแนนซ์ สำหรับลูกค้าเดิมประวัติผ่อนชำระดี ที่ต้องการเงินหมุนเวียน ปรียบเทียบราคาก่อนใครได้ที่นี่ ไม่ว่าจะเป็น รถบรรทุกจากค่าย ISUZU รถบรรทุกจากค่าย MITSUBISHI รถบรรทุกจากทางNISSAN รถบรรทุกขนาดเล็กจาก SUZUKI TATA และ รถบรรทุก DFM

ข่าวทั่วไป

เปิดแฟ้มคดีคาใจสังคม ! นายเอกยุทธถูกฆ่าชิงทรัพย์จริงๆ หรือถูกสั่งเก็บกันแน่ ?

เปิดแฟ้มคดีคาใจสังคม ! นายเอกยุทธถูกฆ่าชิงทรัพย์จริงๆ หรือถูกสั่งเก็บกันแน่ ?

- ได้รับการสนับสนุน -

กลับมาพบกันอีกครั้งนะครับ กับ #สกู๊ปข่าว #บ้าบิ่นพาย้อนเวลาเจาะข่าวดังในอดีต สกู๊ปที่จะพาคุณย้อนเวลาไปทบทวนข่าวดังของสังคมไทย ณ ช่วงเวลานั้น แบบเจาะลึก ตั้งแต่ต้นจนจบอย่างละเอียด อีกครั้ง โดยเราจะพบกันทุกวันจันทร์ บนเพจบ้าบิ่น แห่งนี้ ซึ่งครั้งนี้จะไปครั้ง ที่ 3 นะครับ ส่วนสัปดาห์ที่แล้วมีเหตุขัดข้องทางระบบอินเตอร์เน็ต ทำให้ไม่สามารถนำเสนอได้ ต้องขออภัยแฟนๆที่ติดตามด้วยละกัน ส่วนคดีที่ผมจะมาย้อนรอย ไล่เรียงกันมาให้ได้อ่านกันตั้งแต่ต้นจนจบ ได้แก่ คดีการเสียชีวิตของ “นายเอกยุทธ อัญชัญบุตร” อดีตนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง และเจ้าของเว็ปไซต์ Thaiinsider.com ในปี 2556 ที่เต็มไปด้วยเสียงครหาของสังคมว่าปมเหตุการตายที่แท้จริงของนายเอกยุทธนั้น ที่แท้คืออะไรกันแน่ ? ทำไมเจ้าหน้าที่จึงรีบปิดคดีนี้อย่างรวดเร็ว ? เป็นคำถามที่ยังหาคำตอบกันไม่ได้จนถึงทุกวันนี้ ว่าแล้ว ไปลุยกันได้เลยครับ

ย้อนกลับไป วันที่ 9 มิถุนายน 2556 ชื่อของนายเอกยุทธ อัญชันบุตร หรือ จอร์จ ตัน นักธุรกิจอสหังหาริมทรัพย์ และเจ้าของเว็ปไซต์ไทยอินไซเดอร์ วัย 56 ปี ณ ขณะนั้น ตกเป็นข่าวหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ทุกฉบับและครองพื้นที่สื่อทุกชนิด หลังญาติเข้าแจ้งความที่ สน.วังทองหลาง และกองปราบปราม ว่านายเอกยุทธ หายตัวไป ไม่สามารถติดต่อได้ ตั้งแต่วันที่ 6 มิถุนายน 2556 จากบ้านพักย่านทาวน์อินทาวน์ เขต วังทองหลาง กรุงเทพมหานคร พร้อมกับคนขับรถคนสนิท นายสันติภาพ เพ็งด้วง หรือ บอล โดยมีทรัพย์สินที่หายไปด้วยทั้ง แหวนเพชร นาฬิกาหรู พระเครื่อง รถยนต์โฟล์คสวาเก้น และเงินสด รวมมูลค่ากว่า 4 ล้านบาท โดยติดต่อกันครั้งสุดท้ายในวันที่ 6 มิถุนายน ช่วงค่ำ

หลังได้รับเรื่อง พ.ต.ท.มารุต แก้วประเสริฐ พนักงานสืบสวนที่ดูแลคดีนี้ ณ ขณะนั้น เริ่มแกะรอยจากโทรศัพท์ สอบถามพยานแวดล้อมต่างๆ โดยจุดแรกที่สามารถจับได้คือ นายเอกยุทธ เดินทางไปรับประทานอาหารค่ำที่ ครัวกระแต ย่านสะพานควาย กรุงเทพ ฯ ในวันที่ 6 มิถุนายน 2556 โดยมีนายสันติภาพ เป็นผู้ขับรถให้ หลังทานเสร็จได้กลับมาที่บ้านพักย่านทาวน์อินทาวน์ อีกครั้ง

ต่อมาคดีนี้ได้รับความสนใจจากสังคมอย่างกว้างขวาง เพราะนายเอกยุทธ ถือเป็นคนดัง กว้างขวาง และเป็นผู้ต่อต้านรัฐบาลที่บริหารประเทศในเวลานั้น (รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร) จึงทำให้ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ณ ขณะนั้น ต้องบัญชาการคดีนี้ด้วยตนเอง โดยการสืบสวนนั้นดำเนินไปด้วยความคิดที่แตกกระจายของผู้คนในสังคมที่ต่างคิดกันไปต่างๆนานา ว่า นายเอกยุทธ ถูกอุ้มฆ่าไปแล้วจากผู้มีอำนาจทางการเมือง แต่ทางเจ้าหน้าที่ก็กำลังพยายามทำงานอย่างหนักเพื่อพยายามหาตัวนายเอกยุทธ ให้พบก่อนเป็นอันดับแรก

- ได้รับการสนับสนุน -

ก่อนหน้านี้นายเอกยุทธ มีปัญหาขัดแย้งกับกลุ่มคนหลายกลุ่ม เช่น กรณี ว.5โฟร์ซีซั่น , การฟ้องร้องตำรวจ (พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง) ซึ่งแถลงข่าวว่าเขาผิด ในกรณีทะเลาะวิวาทในร้านคาราโอเกะ และเขาเพิ่งไล่ออกพนักงานของบริษัท 3 คน หลังจับได้ว่ายักยอกเงินกว่า 1 ล้านบาท แต่ประเด็นที่คนเชื่อว่าเป็นชนวนเหตุนั้นกลับเป็นเหตุการณ์ที่เขาออกมาแฉเรื่อง ว.5โฟร์ซีซั่น ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ปี พ.ศ.2555 ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ณ ขณะนั้น ปฏิบัติภารกิจลับที่ โรงแรมโฟร์ซีซั่น ที่ชี้ชวนให้คนเข้าใจว่าเป็นเรื่องชู้สาว เพราะหลังเสนอข่าวนี้ นายเอกยุทธ ถูกกลุ่มหนึ่งรุมทำร้ายจนเป็นแผลช้ำที่บริเวณตาข้างซ้าย ซึ่งตัวเขามั่นใจอย่างเต็มร้อยว่าเป็นฝีมือของรัฐบาล

11 มิถุนายน 2556 ทีมสืบสวนคดีนี้ นำตัวผู้ต้องสงสัยรายหนึ่งที่คาดว่าน่าจะรู้เห็นในการหายตัวไปของนายเอกยุทธ มาสอบสวน นั่นคือ นายสันติภาพ คนขับรถส่วนตัวของนายเอกยุทธ ซึ่งให้การว่า ได้พานายเอกยุทธไปนอนที่บ้านของตน เนื่องจากนายเอกยุทธไม่สบายใจ มีความกังวล ไม่อยากกลับบ้าน และนายเอกยุทธได้สั่งให้ขับรถไปส่งที่ภาคใต้ แต่ขอลงจากรถที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อขอไปหาเพื่อนที่ประเทศพม่าสักพัก เมื่อพร้อมเมื่อไรจะติดต่อกลับมา โดยสั่งห้าม นายสันติภาพบอกเรื่องนี้กับใคร พร้อมยื่นเงินให้ 1,000 บาท

- ได้รับการสนับสนุน -

ทว่า ญาติของนายเอกยุทธ ไม่เชื่อกับคำให้การของคนขับรถ เนื่องจาก เช็คจาก ตม. แล้วไม่พบการเดินทางของนายเอกยุทธ และโดยปกตินิสัยของนายเอกยุทธ คือไม่ชอบเดินทาง และไม่เคยขาดการติดต่อกับครอบครัว แม้แต่ครั้งเดียว ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตรวจสอบรถที่คนขับอ้างว่าใช้นำไปส่งนายเอกยุทธ พบแหวนตกหล่นอยู่ จากการสอบถามญาติ ชี้แจงว่า แหวนวงนี้ เป็นแหวนที่นายเอกยุทธ ใส่ติดตัวตลอดเวลา ทำให้เริ่มดำเนินการสอบสวนคนขับรถอีกครั้งอย่างหนักหน่วง และในครั้งนี้เจ้าหน้าที่ก็สามารถเค้นความจริงออกจากปากนายสันติภาพจนได้

นายสันติภาพ ยอมรับว่า ร่วมมือกับเพื่อนอีก 3 คน ร่วมกันอุ้มฆ่าหวังชิงทรัพย์ นายเอกยุทธ ซึ่งต่อมาในวันที่ 12 มิถุนายน 2556 เจ้าหน้าที่เดินทางสู่ เขาจิงโจ้ จ.พัทลุง สถานที่ที่ นายสันติภาพบอกว่า ได้นำศพนายเอกยุทธมาทิ้งไว้ที่นี่ รวมทั้งจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มอีก 2 คนที่นายสันติภาพอ้างว่าร่วมกันฆ่านายเอกยุทธ ประกอบด้วย นายชวลิต วุ่นชุม และนายทิวากร เกื้อทอง เพื่อลงพื้นที่ค้นหาศพนายเอกยุทธ โดยใช้เวลาไม่นานก็สามาถนำศพขึ้นมาจากการที่ถูกชายทั้ง 3 คนนี้ ฝังดินเอาไว้ได้ สภาพศพนอนคว่ำหน้า มีรอยฟกช้ำบนใบหน้า รวมถึงร่องรอยการมัดบริเวณลำคอ และไม่สวมใส่เสื้อผ้า ส่งผลให้เจ้าหน้าที่แจ้งข้อให้ผู้ก่อเหตุทั้ง 3 คนนี้ทันที 2 ข้อหา ได้แก่ 1.ปล้นทรัพย์โดยใช้กำลังประทุศร้ายทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และ 2.ปิดบังซ่อนเร้นอำพรางศพ 

- ได้รับการสนับสนุน -

หลังจากนั้นตำรวจ สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุรายสุดท้ายรายที่ 4 คือ นายสุทธิพงศ์ พิมพิสาร ที่ติดต่อขอเข้ามอบตัวด้วยตนเอง โดยให้การว่าตนเป็นผู้ใช้เชือกรองเท้ารัดคอนายเอกยุทธ ซึ่งเสียชีวิตก่อนหน้านี้แล้วเพราะถูกนายสันติภาพบีบคอจนหมดลม ซึ่งขัดแย้งกับคำให้การของนายสันติภาพ ที่ให้การก่อนหน้านี้ว่า นายสุทธิพงศ์ เป็นผู้ใช้เชือกรัดคอนายเอกยุทธจนเสียชีวิต ทำให้เจ้าหน้าที่นำหลักฐานทุกอย่างไปตรวจกับสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งปรากฏรอยนิ้วมือของผู้ต้องหาทั้งหมด

นายสันติภาพ คนขับรถของนายเอกยุทธ สารภาพอีกครั้งว่า ได้วางแผนอุ้มชิงทรัพย์นายเอกยุทธ มากว่า 3 เดือนแล้ว แต่สบโอกาสวันที่นายเอกยุทธไปรับประทานอาหารค่ำที่ครัวกระแต ในวันที่ 6 มิถุนายน 2556 ซึ่งระหว่างที่นายเอกยุทธ ทานอาหารในร้าน ตนได้ขับรถไปรับนายสุทธิพงศ์ โดยให้ซ่อนตัวอยู่ในรถ และเมื่อนายเอกยุทธ กลับขึ้นรถ นายสุทธิพงศ์ ได้ใช้ปืนจี้บังคับ โดยผู้ก่อเหตุทั้งสอง นำนายเอกยุทธ กลับบ้านพักย่านทาวน์อินทาวน์ เพื่อรื้อค้นทรัพย์สินมีค่า รวมถึงถอดเซิฟเวอร์กล้องวงจรปิดเพื่อทำลายหลักฐาน และนำตัวนายเอกยุทธมาไว้ที่บ้านญาติ ย่านลาดกระบัง กรุงเทพ ฯ

ต่อมา วันที่ 7 มิถุนายน 2556 นายสันติภาพ วางแผนให้นายเอกยุทธ โทรบอกญาติ ว่าให้นำเช็คเงินสดมาให้เซ็นเพื่อเบิกเงินสดที่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยนายสันติภาพเป็นคนไปรับเช็คเอง ก่อนนำไปขึ้นเงิน หลังจากนั้นเวลาประมาณ 03.00 น. ของวันที่ 8 มิถุนายน 2556 นายสันติภาพ และนายสุทธิพงศ์ ได้ขับรถพาตัวนายเอกยุทธที่ถูกจับใส่กุญแจมือ ออกจากบ้านญาติที่ลาดกระบัง แต่ช่วงกลับรถใต้สะพาน นายเอกยุทธ กระโดดออกจากรถ แต่หนีไม่พ้นและเกิดการต่อสู้กับนายสุทธิพงศ์ จนถูกใช้เชือกรองเท้ารัดคอ เสียชีวิต

จากนั้น ทั้งคู่นำศพนายเอกยุทธ มุ่งสู่ภาคใต้ โดยนายสันติภาพโทรบอกเพื่อน 2 คน ให้เตรียมหาที่ฝังศพ ซึ่งก็คือที่เขาจิงโจ้ จ.พัทลุง และก่อนฝังศพได้มีการถอดเสื้อของนายเอกยุทธ เพื่อทำลายหลักฐาน ก่อนจะแยกย้ายกันหลบหนี ขณะที่เงินสดกว่า 5 ล้านบาท ที่เบิกจากเช็ค นายสันติภาพ นำไปฝากไว้กับพ่อแม่ จำนวน 4 ล้านบาท ส่วนที่เหลือแบ่งให้กับเพื่อน 3 คนที่ร่วมก่อเหตุ

เจ้าหน้าที่ตำรวจสรุปสำนวนคดีว่าเป็นการฆาตกรรมเพื่อชิงทรัพย์ เมื่อ วันที่ 17 มิถุนายน 2556 เนื่องจากพยานหลักฐานสอดคล้องกับคำรับสารภาพของผู้ก่อเหตุ แต่ทางฝั่งญาติ และสังคมส่วนใหญ่ ณ ขณะนั้น กลับไม่เชื่อว่าเป็นเพียงการฆ่าเพื่อชิงทรัพย์ ด้าน นายกัญภัคณัฐ วงศ์สายจันทร์ ทนายความนายเอกยุทธ ตั้งข้อสงสัยว่าคดีนี้น่าจะมีสาเหตุมากกว่าเงิน 5 ล้านบาท โดยเตรียมยื่นประเด็นเพิ่มเติม 6 ข้อ ให้ เจ้าหน้าที่สอบสวนเพิ่ม เช่น ผู้ก่อเหตุที่กรุงเทพ ฯ มี 2 คนจริงหรือไม่ รวมทั้งการเร่งติดตามฮาร์ดดิสของกล้องวงจรปิดบ้านนายเอกยุทธ และโทรศัพท์มือถือนายสันติภาพ เพื่อนำมาตรวจสอบในช่วงที่เขาใช้คุยกับบุคคลที่สามขณะที่รอนายเอกยุทธอยู่หน้าร้านอาหาร ครัวกระแต เพื่อนำมาคลายข้อสงสัยให้สังคมและญาติของนายเอกยุทธ

อย่างไรก็ตาม ญาตินายเอกยุทธร้องขอ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพื่อขอพบแพทย์ผู้ผ่าศพและต้องการผลพิสูจน์ศพ ซึ่งสิ่งนั้น ยิ่งทำให้คาใจสังคมและญาติของนายเอกยุทธ เข้าไปอีก เนื่องจาก นายเอกยุทธไม่น่าจะเสียชีวิตจากการถูกเชือกรัดคอ แต่น่าจะเสียชีวิตจากการถูกสังหารด้วยท่าพิเศษ จากผู้ชำนาญการ ทำให้ยิ่งเหมือนเป็นการสะท้อนข้อสงสัยเดิมที่ญาติคิดกันไว้อยู่แล้ว

แต่ที่สุดแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังคงยืนยันหนักแน่นว่าเป็นการฆาตกรรมเพื่อชิงทรัพย์ โดยไม่สนใจเสียงแวดล้อมจากกระแสสังคมและญาติของนายเอกยุทธ และแล้ว 30 ธันวาคม 2557 ศาลชั้นต้นพิพากษา “ประหารชีวิต” นายสันติภาพ เพ็งด้วง และ นายสุทธิพงศ์ พิมพิสาร ฐานความผิดฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน แต่ทั้งคู่รับสารภาพจึงลดโทษเหลือประหารชีวิต ส่วน นานชวลิต วุ่นชุม มีความผิดตาม พรบ.อาวุธปืน และร่วมกันซ่อนเร้นศพ “จำคุก 13 เดือน” และคนสุดท้าย นายทิวากร เกื้อทอง “จำคุก 8 เดือน” ฐานซ่อนเร้นศพ

ถือเป็นการปิดฉากคดีและสรุปสำนวนอย่างรวดเร็วของทางเจ้าหน้าที่ ท่ามกลางความแคลงใจของเสียงสังคม ญาติผู้เสียชีวิต รวมถึงตัวผม ซึ่งเป็นผู้เขียนให้ทุกๆคนได้อ่านในวันนี้ด้วย ซึ่งถึงแม้ว่าในทางกฎหมายคดีนี้จะจบแล้วแต่ผมเชื่อลึกๆว่า ในใจของใครอีกหลายคนมันยังไม่จบแน่นอนครับ แต่ยังไงก็ขอให้วิญญานของคุณเอกยุทธ ไปสู่สุคติ อยู่ในภพภูมิที่ดี แล้วกลับมาพบกันอีกครั้งกับ #สกู๊ปข่าว #บ้าบิ่นพาย้อนเวลาเจาะข่าวดังในอดีต ในทุกวันจันทร์ ช่วงค่ำแบบนี้ สำหรับวันนี้ สวัสดีครับ !! 

 

เกร็ดข้อมูลอื่นๆที่น่าสนใจ

-นายเอกยุทธเป็นผู้ที่ต่อต้านรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เคยขับไล่อย่างรุนแรงด้วยการขึ้นเวทีปราศรัย

-นายเอกยุทธเคยต้องโทษคดีแชร์ชาร์เตอร์และกบฏ 9 กันยาเมื่อพ.ศ. 2528 ก่อนหนีคดีออกนอกประเทศแล้วเดินทางกลับเมื่อขาดอายุความแล้ว

-เว็บไซต์ไทยอินไซเดอร์ เป็นเว็บที่จัดทำขึ้นมาเพื่อต่อต้านรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โดยเฉพาะ และปิดตัวไปแล้ว

 

เรียบเรียงโดย ฐาปน กาญจน์วารีทิพย์       

ขอบคุณข้อมูลข่าวและภาพประกอบ : รายการข่าวดังข้ามเวลา

loading...
loading...
Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *