Connect with us

ข่าวเด่นวันนี้

ไปไม่รอด..!! รวบแล้ว 7 เหลืออีก 3 แก๊งหมาหมู่เมากร่าง กระทืบโหด หนุ่มเบญจเพส กลางเมืองโคราช

ไปไม่รอด..!! รวบแล้ว 7 เหลืออีก 3 แก๊งหมาหมู่เมากร่าง กระทืบโหด หนุ่มเบญจเพส กลางเมืองโคราช

- ได้รับการสนับสนุน -

ข่าววันนี้ จากคลิปเหตุการณ์ที่ถูกแชร์กันอย่างมากบนโลกออนไลน์ กับเรื่องที่กลุ่มวัยรุ่นนั้นได้ยกพวกตีกันที่เวณถนนจอมสุรางค์ยาตร์ หน้าศาลเจ้าโหงวโจ้วใกล้กับ 4 แยก หนองบัวรอง เขตเทศบาลนครนครราชสีมา โดยกลุ่มผู้ก่อเหตุนั้นได้รุมกระทืบ นายอดิศักดิ์ สเกล (แจ้ก) อายุ 25 ปี จนได้รับบาดเจ็บสาหัส และจากคลิปดังกล่าวนั้นได้กลายเป็นกระแสที่สังคมวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

 

- ได้รับการสนับสนุน -

ต่อมาล่าสุด พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบช.ภ.3 และ พล.ต.ตวัชรินทร์ บุญคง ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา ได้เดินทางเข้าเยี่ยม นายอธิศักดิ์ สเกล อายุ 25 ปี อาชีพรับจ้างทั่วไป ที่โรงพยาบาลมหาราช อาคารเฉลิมพระเกียรติ รพ.มหาราชนครราชสีมา ซึ่งล่าสุดอาการปลอดภัยแล้ว โดยนายอธิศักดิ์ ให้การว่า ตนนั้นไม่เคยรู้จักกับกลุ่มผู้ก่อเหตุมาก่อน แต่ก็ยอมรับว่ามีปากเสียงกับวัยรุ่นคนหนึ่งในกลุ่มที่ก่อเหตุ จนกระทั่งได้มีการท้าต่อยกันขึ้นมาแบบตัวต่อตัว แต่เมื่อหลังจากที่ชกต่อยแล้วล้มลงทั้งคู่แล้ว เพื่อนๆของคู่กรณีกว่าสิบคนได้วิ่งเข้ามารุมทำร้ายจนตนนั้นหมดสติไป

 

ซึ่งหลังจากที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจสอบคลิปวีดีโอดังกล่าวแล้วได้เร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีทางกฎหมาย ซึ่งล่าสุดทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้แล้วทั้งหมด 7 ราย เหลืออีก 3 ราย ที่ทางเจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตามตัวอยู่ โดย 7 รายนั้นประกอบไปด้วย

- ได้รับการสนับสนุน -

1.นายวิโรจน์ จันทร์หอม หรือท๊อป อายุ 25 ปี
2.นายเกียรติศักดิ์ รงค์สันเทียะ หรือเปิ้ล อายุ 22 ปี
3.นายโสภณ บุญประเสริฐ หรือหยก อายุ 20 ปี
4.นายวัชรพงษ์ ตรงชาติ หรือแป๊ะ อายุ 23 ปี
และเยาวชนอายุ 17 ปี อีก 3 คน
ส่วนอีก 3 คน ยังติดตามจับไม่ได้ คือ
1.นายพีระพงษ์ เหมาสืบ หรือต้น
2.นายเก่งเล็ก ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง
3.นายเอ๋อหน้าดาว ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง

ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.เมืองนครราชสีมา และทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อหาไว้ 2 ข้อหา คือ 1.ร่วมกันทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำได้รับอันตรายสาหัสต้องระวางโทษ จำคุกตั้งแต่ 6 เดือน – 10 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000 – 200,000 บาท (มาตรา 297) และ2.ผู้ใดเสพสุราหรือของมึนเมาอย่างอื่นจนเป็นเหตุให้ตนเมา ประพฤติตนวุ่นวายหรือครองสติไม่ได้ ขณะอยู่ในถนนสาธารณะหรือสาธารณสถาน ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท (มาตรา 378) อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุที่เหลือมาดำเนินคดีทางกฎหมายโดยเร็วที่สุด

- ได้รับการสนับสนุน -

 

 

- ได้รับการสนับสนุน -

 

ขอบคุณที่มา จาก : สายข่าว จิตอาสา

loading...
loading...
Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

More in ข่าวเด่นวันนี้