Connect with us

เกร็ดความรู้

ความแตกต่างระหว่าง “น้ำอุ่น VS น้ำเย็น” ดื่มแบบไหนดีต่อร่างกายกว่ากัน?!

ความแตกต่างระหว่าง “น้ำอุ่น VS น้ำเย็น” ดื่มแบบไหนดีต่อร่างกายกว่ากัน?!

- ได้รับการสนับสนุน -

เรียกได้ว่าการดื่มน้ำมีความสำคัญต่อร่างกายและวิถีชีวิต เพราะในร่างกายของเราประกอบด้วยน้ำมากถึง 50-60 % การดื่มน้ำจึงเป็นการช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย ทำให้คุณรู้สึกกระฉับกระเฉงและช่วยให้ผิวนุ่มแลดูอ่อนเยาว์ลง แต่ว่าคุณควรดื่มแบบไหน – น้ำเย็นหรือน้ำอุ่น ที่จะดีต่อสุขภาพมากกว่ากัน? เรามาไขคำตอบให้แล้ว…

น้ำเย็น

น้ำเย็นประมาณ 45 ° F ถึง 70 ° F ทำให้เรารู้สึกดีโดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อน ยิ่งใส่น้ำแข็งเติมลงไปก็ยิ่งรู้สึกสดชื่นคลายร้อนได้ดีทีเดียว แต่อย่างไรก็ตามได้มีการเปิดเผยว่า น้ำเย็นนั้นทำร้ายเรามากกว่าที่คิด!!!

1. ย่อยอาหารได้ยาก

เมื่อคุณดื่มน้ำเย็นเส้นเลือดจะหดตัว ทำให้ระบบการย่อยอาหารทำงานหนักขึ้น โดยเฉพาะการงดดื่มน้ำเย็นหลังมื้ออาหาร และอาจส่งผลให้คุณปวดท้องและท้องผูก

- ได้รับการสนับสนุน -

2. ลดขีดความสามารถของสมอง

คนที่ดื่มน้ำเย็นจัดในยามที่ร่างกายไม่ได้เกิดความรู้สึกกระหายน้ำนั้น จะทำให้ขีดความสามารถในการทำงานของสมองลดลงไปทันที และทำให้ร่างกายของคุณใช้พลังงานเพิ่มขึ้น เพื่อให้น้ำที่ดื่มเข้าไปได้อุณหภูมิเฉลี่ยของร่างกาย นี่คือเหตุผลที่คุณไม่ควรดื่มน้ำเย็นจนกว่าคุณจะรู้สึกเหนื่อยและไม่สามารถทำงานประจำวันได้

3. ช่วยลดอัตราการเต้นของหัวใจ

- ได้รับการสนับสนุน -

การดื่มน้ำเย็นอาจทำให้อัตราการเต้นหัวใจลดลง มันกระตุ้นเส้นประสาท vagus ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของระบบประสาทในร่างกาย แต่น้ำอุ่นจะช่วยทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้นเส้นประสาท vagus เพื่อลดอัตราการเต้นของหัวใจ และอุณหภูมิอุ่นๆ ของน้ำจะช่วยลดอาการแน่นจมูก และหายใจไม่สะดวกของคนที่เป็นภูมิแพ้ได้ดีมาก

4. สร้างเมือกในร่างกายของคุณ

- ได้รับการสนับสนุน -

การดื่มน้ำเย็นทำให้เกิดเมือกในร่างกายของคุณที่จะขยายตัว ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเสื่อมลงและอาจนำไปสู่สภาวการณ์ที่ไม่พึงประสงค์มากมาย ตั้งแต่ทำให้น้ำมูกไหลไปจนถึงความเจ็บป่วยที่ร้ายแรง

น้ำอุ่น

น้ำอุ่น คือ อุณหภูมิ 80 ° F ถึง 106 ° F แม้ว่ามันจะไม่ค่อยถูกลิ้นสักเท่าไร และนี่คือประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับจากการดื่มน้ำอุ่น!

1. ล้างพิษในร่างกายของคุณ

การดื่มน้ำอุ่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนเช้า จะช่วยให้คุณล้างสารพิษออกจากร่างกายของคุณ ที่อาจทำให้เกิดโรคต่างๆได้ เพื่อให้ได้ผลดียิ่งขึ้นให้หยดน้ำมะนาวลงไปในน้ำอุ่นลงสักนิด เพื่อเพิ่มรสชาติก็ยังได้ เพราะวิตามินซีจะช่วยฟื้นฟูเซลล์และขับสารพิษในร่างกายของคุณไปพร้อมๆ กัน

2. ต่อสู้กับความเจ็บปวด

น้ำอุ่นได้รับการพิสูจน์แล้วว่า สามารช่วยลดอาการปวดที่เกิดจากการมีประจำเดือนและอาการปวดหัว น้ำอุ่นจะช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิตให้ดีขึ้น หรือหากคุณเป็นตะคริว คุณควรดื่มน้ำอุ่น เพราะจะช่วยให้กล้ามเนื้อที่ถูกบีบรัดผ่อนคลาย

3. ลดระดับความเครียด

ไม่ใช่แค่การลงไปแช่น้ำร้อนออนเซ็น จะช่วยบรรเทาความเครียดลงได้ ลองดื่มน้ำอุ่นสักแก้วเมื่อรู้สึกเครียด จะช่วยให้ระบบประสาทส่วนกลางทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

4. ช่วยลดน้ำหนัก

ผู้ที่กำลังควบคุมอาหารอย่างเข้มงวด และออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนัก ควรดื่มน้ำอุ่นมากกว่าน้ำเย็น การลดน้ำหนักจึงจะได้ผลดีกว่า น้ำอุ่นช่วยเพิ่มอุณหภูมิบริเวณกลางลำตัวให้สูงขึ้น ซึ่งช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญอาหาร ทำให้ร่างกายเผาผลาญแคลอรี่ได้มากขึ้น และยังช่วยลดไขมันในร่างกายลงได้อีกด้วย

5. ช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิต

น้ำอุ่นช่วยให้การไหลเวียนของเลือดได้อย่างอิสระ ทำให้เลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ สะดวกขึ้น นั่นหมายความว่าหากเรามีอาการปวดเมื่อย การดื่มน้ำอุ่นจะช่วยเพิ่มเลือดไปเลี้ยง ช่วยลดอาการอ่อนล้า และลดปวดได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดในเซลล์ผิวหนังทั่วทั้งร่างกาย ส่งผลให้เรามีผิวพรรณที่เปล่งปลั่ง

6. ช่วยย่อยอาหาร

เพื่อปรับปรุงการย่อยให้ดีขึ้น ลองดื่มน้ำอุ่นเป็นประจำ น้ำอุ่นจะช่วยกระตุ้นให้ต่อมย่อมอาหารทำงานได้อย่างถูกต้อง ช่วยจัดการกับอาหารในกระเพาะ ดังนั้นระบบย่อยก็จะไม่ต้องทำงานหนักเกินไป ทั้งยังใช้พลังงานในกระบวนการย่อยน้อยลงด้วย แต่ทั้งนี้ก็ไม่ควรดื่มน้ำอุ่นที่ร้อนจนเกินไป เพราะการดื่มน้ำร้อนอาจเป็นอันตรายต่อเนื้อเยื่อในปากและหลอดอาหารได้

7. หยุดชะงักก่อนวัย

ความแก่ก่อนวัยเป็นหนึ่งในฝันร้ายที่เลวร้ายที่สุดสำหรับผู้หญิง การดื่มน้ำอุ่น 1 แก้วในตอนเช้า สามารถลดปัญหาผิวหน้าของเราได้ เช่น สิว ริ้วรอยแห่งวัย จุดด่างดำ อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นการสร้างอิลาสตินใต้ชั้นผิวหนังของเราด้วย สาเหตุเป็นเพราะน้ำอุ่นช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต ระบบต่อมน้ำเหลืองให้ทำงานเป็นปกติ และระบบฮอร์โมนต่าง ๆ ภายในร่างกายของเราทำงานเป็นปกติขึ้น เราจึงมีผิวพรรณที่ดีทั้งผิวหน้า และผิวกาย

ขอบคุณข้อมูลจาก : brightsidewomen
เรียบเรียงโดย BaaBin

loading...
loading...
Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

More in เกร็ดความรู้